กองทัพบกยังไม่สามารถประเมินได้ว่าปฏิบัติการที่ชายแดนไทย-กัมพูชาต้องใช้เวลากี่วัน หลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างทหาร 2 ฝ่ายในช่วงเช้าวันนี้ (24 ก.ค.) โดยอ้างว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อนที่ปราสาทตาเมือนธม ก่อนที่เหตุปะทะจะลุกลามไปหลายจุดตามแนวชายแดน รวม 4 จังหวัด และกองทัพไทยได้ “ใช้กำลังทางอากาศ โจมตีเป้าภาคพื้นดินหมายตามแผน”
ข้อมูลของทางการไทยเกี่ยวกับผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ยังไม่ตรงกัน โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในช่วงเย็นว่า มีผู้เสียชีวิต 11 ราย เป็นพลเรือน 10 ราย และทหาร 1 นาย และมีผู้บาดเจ็บ 28 ราย เป็นพลเรือน 24 ราย เป็นทหาร 4 นาย
ขณะที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข แถลงว่า มีคนไทยเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่ชายแดนรวม 12 ราย แบ่งเป็น ประชาชน 11 ราย และทหาร 1 นาย บาดเจ็บอย่างน้อย 30 ราย
รมว.สาธารณสุข เปิดเผยด้วยว่า กระทรวงได้สั่งให้โรงพยาบาลชายแดน 5 แห่งใน จ.ศรีสะเกษ และ จ.สุรินทร์ อพยพผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์โดยด่วน
เหตุปะทะเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าที่บริเวณปราสาทตาเมือนธม ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ก่อนขยายวงไปอีกหลายจุด
นอกเหนือจากการปะทะของทหารทั้ง 2 ฝ่าย ความรุนแรงยังขยายวงมาในพื้นที่พลเรือนของฝั่งไทย โดยเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดอีสานตอนล่างติดชายแดนกัมพูชาอย่างน้อย 4 จังหวัดใน 5 อำเภอ ได้แก่ จ.ศรีสะเกษ (อ.กันทรลักษ์), จ.สุรินทร์ (อ.กาบเชิง, อ.พนมดงรัก), จ.บุรีรัมย์ (อ.บ้านกรวด) และ จ.อุบลราชธานี (อ.น้ำยืน) ซึ่งพื้นที่เหล่านี้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
พื้นที่ของพลเรือนในฝั่งไทยที่ถูกอาวุธโจมตี ได้แก่ บ้านเรือนประชาชน สถานีบริการน้ำมัน รวมไปถึงโรงพยาบาลพนมดงรัก จ.สุรินทร์
คลิปวิดีโอที่เผยแพร่โดยกองทัพภาคที่ 2 แสดงถึงความเสียหายร้านสะดวกซื้อในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. บ้านผือ ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งจุดนี้เหตุโจมตีส่งผลให้มีประชาชนชาวไทยเสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บ 10 ราย
ขณะที่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียหลายรายใน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โพสต์ภาพและวิดีโอความเสียหายของบ้านเรือนที่ถูกจรวดตกใส่เสียหายทั้งหลัง
ด้าน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (ทบ.) เปิดเผยว่า กองทัพบกโดยกองทัพภาคที่ 2 และกำลังสนับสนุนจากกองทัพอากาศ ยังคงยึดหลักปฏิบัติการตอบโต้ในลักษณะจำกัดวง ซึ่งเป็นการปฏิบัติต่อเป้าหมายทางทหารเป็นหลัก เคร่งครัดในกฎกติกา ตามหลักสากล เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อประชาชนทั้งสองประเทศ แต่ฝ่ายกัมพูชากลับเลือกเดินในทางตรงกันข้ามใช้อาวุธโจมตีต่อเป้าหมายพลเรือนอย่างไร้ความปราณี
โฆษก ทบ. ระบุว่าการกระทำของกัมพูชายังถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาเจนีวาอย่างชัดเจนจากการใช้อาวุธหนักโจมตีต่อเป้าหมายพลเรือน และสถานที่ทางประวัติศาสตร์
“การกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ โดยเฉพาะการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตทรัพย์สินพี่น้องประชาชนที่ไม่ใช่เป้าหมายทางทหาร”
เกิดอะไรขึ้นบริเวณปราสาทตาเมือนธม จุดปะทะจุดแรก
เอกสารข่าวจากกองทัพบก (ทบ.) ที่แจกจ่ายให้สื่อมวลชนเช้านี้ ระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 07.35 น. หน่วยเฉพาะกิจที่ดูแลพื้นที่ปราสาทตาเมือนรายงานว่า ได้ยินเสียงอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ของฝ่ายกัมพูชาบินวนอยู่บริเวณหน้าปราสาทตาเมือนธม แม้ไม่สามารถตรวจพบตัวอากาศยานได้ด้วยสายตา แต่สามารถได้ยินเสียงอย่างชัดเจน
กองทัพบกระบุ ต่อมาฝ่ายกัมพูชาได้นำอาวุธเข้าสู่ที่ตั้งบริเวณด้านหน้าแนวลวดหนาม และพบกำลังพลกัมพูชาจำนวน 6 นาย พร้อมอาวุธครบมือรวมทั้งอาร์พีจี เดินเข้ามาใกล้แนวลวดหนามบริเวณด้านหน้าฐานปฏิบัติการของไทย ฝ่ายไทยได้ใช้การตะโกนเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและยกระดับสถานการณ์ โดยฝ่ายไทยเฝ้าระวังตลอดแนวชายแดนเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ แต่ได้เกิดการเปิดฉากยิงของฝ่ายกัมพูชาเข้ามาบริเวณตรงข้ามกับฐานฝั่งไทย
“เมื่อเวลาประมาณ 08.20 น. ฝ่ายกัมพูชาได้เปิดฉากยิงเข้ามาบริเวณตรงข้ามฐานปฏิบัติการทางทิศตะวันออกของปราสาทตาเมือน ในระยะประมาณ 200 เมตร” เอกสารข่าวจาก ทบ. ระบุ
บริเวณที่ทหารฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากยิงคือบริเวณตรงข้ามฐานหมูป่า ทางทิศตะวันออก ห่างจากปราสาทตาเมือนธมประมาณ 200 เมตร ซึ่งฝ่ายทหารไทยได้ยิงตอบโต้
แหล่งที่มา www.bbc.com/thai/articles/c3r9g55n9ldo